เตือนภัย!! ลัทธิมิจฉาทิฏฐิที่เห็นว่าจิตเที่ยง

มีพวกมิจฉาทิฏฐิไปเขียนไว้ในหัวข้อว่า “ดูจิตกันยังไง? เห็นไปได้ว่าจิตเกิดดับ” โดย นายธรรมผี ใน blog ดังรายละเอียดต่อไปนี้ (ข้อสีฟ้าที่นำมาแสดงในที่นี้เป็นข้อความของพวกมิจฉาทิฏฐิ) >เมื่อถูกถามว่าเราในที่นี่คือใคร??? คำตอบที่ได้นั้น มักเป็นคำตอบที่หาเหตุผลไม่ได้เลย เช่น เราก็คือเรา เราคือผู้รู้ ถึงผู้รู้หรือเรา ก็ไม่เที่ยง สุดท้ายจิตผู้รู้หรือเราก็ต้องถูกทำลายทิ้งอยู่ดี …ฯลฯ… เป็นคำตอบที่ขาดเหตุผลอย่างยิ่ง พาให้ออกห่างจากความเป็นจริงไปอีกไกลโข ถ้าจิตผู้รู้หรือเรา ถูกทำลายทิ้ง เมื่อบรรลุมรรคผลที่เกิดขึ้นกับตน จะรู้ได้อย่างไร??? ขัดกับพระพุทธวจนะที่กล่าวไว้ว่า “จิตของเราสิ้นการปรุงแต่ง บรรลุพระนิพพานเพราะสิ้นตัณหา” >ถ้าจิตเกิด-ดับตามที่สอนให้เชื่อตามๆกันมานั้น เราจะชำระจิตให้บริสุทธิ์หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองได้อย่างไรเล่า? เมื่อกำลังฝึกฝนอบรมชำระจิตขณะภาวนาอยู่ และจิตยังเกิดดับอยู่ตลอดเวลา เราไม่มีทางที่จะชำระให้บริสุทธิ์หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองได้หรอกครับ เดี๋ยวเกิด เดี๋ยวดับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ขาดเหตุผลเอาอย่างมากๆ >ยังมีการสอนอีกว่าระหว่างที่จิตเกิด-ดับอยู่นั้น มีการถ่ายทอดกรรมให้แก่กันอีกด้วย ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลยครับ ขณะที่จิตดวงใหม่เกิดขึ้นนั้น จิตดวงเก่าได้ดับไปแล้ว ขณะจิตดวงเก่าที่กำลังจะดับไป จิตดวงใหม่ก็ยังไม่อาจเกิดขึ้นมาเลย เพราะจิตดวงใหม่จะเกิดขึ้นมาได้นั้น ต่อเมื่อจิตดวงเก่าต้องดับไป จะมีจิตสองดวงเกิดขึ้นพร้อมกันในขณะเดียวกันไม่ได้ ฉะนั้นเอาช่วงเวลาตรงไหนมาถ่ายทอดกรรมให้กันหละครับ ข้างบนนี้เป็นคำพูดส่วนหนึ่งของพวกมิจฉาทิฏฐิที่เห็นว่าจิตเที่ยง จริงๆแล้วตามอภิธรรม สอนว่า ธรรมต่างๆ แบ่งออกได้เป็น จิต เจตสิก รูป นิพพาน ซึ่ง  จิต เจตสิก รูป นั้นอยู่ในกฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นั่นคือมีเกิดมีดับไปตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่คงที่ถาวรแบบไม่เกิดไม่ดับ แต่นิพพานพ้นจากไตรลักษณ์ คือ เป็น นิจจัง สุขขัง อนัตตา แม้แต่หลวงปู่หล้า พระสุปฏิปันโนแห่ง ภูจ้อก้อ ยังเคยกล่าวไว้ครั้งสนทนาธรรมกับหลวงปู่บุญฤทธิ์ว่า “ผู้รู้เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เร็วที่สุด จิตก็เหมือนกัน ติดต่อกันอยู่ หาระหว่างไม่ได้  ใครว่าจิต ไม่เกิด ไม่ดับ ผู้นั้นเป็น มิจฉาทิฏฐิ เหตุฉะนั้นท่านจึงบัญบัติว่า รูป จิต เจตสิก นิพพาน ไม่ได้บัญญัติว่า จิตเป็นพระนิพพาน ไม่ได้บัญญัติว่าพระนิพพาน เป็นจิต” นาย ธรรมผี มีความเห็นผิดไปว่า จิตต้องคงอยู่อย่างนั้นไม่เกิดไม่ดับ แถมอ้างพระพุทธพจน์ผิดๆว่า >ขัดกับพระพุทธวจนะที่กล่าวไว้ว่า “จิตของเราสิ้นการปรุงแต่ง บรรลุพระนิพพานเพราะสิ้นตัณหา” และ ยังมีพระพุทธพจน์ที่กล่าวไว้ ในมหาสติปัฏฐานสูตร กล่าวไว้ชัดๆ โดยไม่ต้องตีความ ว่า จิตไม่ได้เกิดดับ ที่เกิดและดับไปนั้น คือนิวรณ์ทั้งหลาย เช่น อะไรที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่ ณ.ภายในจิต จิตก็รู้ชัดๆว่า เกิดขึ้นหรือมีอยู่  อะไรที่ดับไปหรือไม่มีอยู่  ณ.ภายในจิต จิตก็รู้ชัดๆว่า ดับไปหรือไม่มีอยู่ > จิตคงที่เพราะรู้ชัดว่านิวรณ์เกิด หรือดับ หรือบรรลุนิพพานเพราะจิตสิ้นการปรุงแต่งหรือสิ้นตัณหา สุดท้ายนายธรรมผีกล่าวจาบจ้วงพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เช่น หลวงปู่หล้า รวมถึงกล่าวตู่พระพุทธเจ้าว่า >โดยเฉพาะผู้ที่คุยอวดว่าตนเองเป็นนักปฏิบัติกรรมฐานภาวนามาด้วยแล้ว และยังเห็นว่าจิตเกิดดับ ซึ่งเป็นการกล่าวขัดแย้งกับพระพุทธพจน์ ที่มีมาในมหาสติปัฏฐานสูตร เป็นคำพูดที่ไม่น่าเชื่อถือว่าได้ผ่านการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานภาวนามาจริง ซึ่งความจริงคือ : พระพุทธเจ้าไม่ด้บอกตรงไหนเลยแม้จะในมหาสติปัฏฐานสูตรหรือสูตรอื่นๆว่าจิตคงที่ ไม่เกิดไม่ดับ ท่านแค่บอกเฉยๆ ว่า จิตเป็นเช่นไรมีสภาวะธรรมอะไรปรากฎก็ให้รู้ (พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่า จิตคงที่แต่นายธรรมผีเข้าใจผิดไปเองว่า จิตคงที่เพราะจิตเป็นตัวรู้ยืนพื้น) ทั้งที่จริงๆ แล้วเรื่องนี้พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสไว้อย่างชัดเจนใน “อัสสุตวตาสูตร”  โดยไม่ต้องตีความเลยว่า ที่ตถาคตเรียกว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง จิตเป็นต้นนั้นดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ในกลางคืนและกลางวัน ก็ฉันนั้นแล ฯ http://www.dhammahome.com/webboard/printing/22034   คนที่เห็นจิตคงที่ก็เหมือนกับคนที่เห็นหลอดไฟนีออนสว่างก็ไปทึกทักเอาว่าหลอดไฟติดตลอดเวลาไม่ดับเลย แต่ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าหลอดไฟติดๆดับต่อเนื่องกัน ประมาณ 50 ครั้งต่อวินาที (ซึ่งเร็วมากๆ) จนเสมือนว่าติดตลอดเวลา นายธรรมผีกล่าวว่า “จิตเกิดดับ เป็นการกล่าวขัดแย้งกับพระพุทธพจน์” โดยไม่รู้ตัวว่าตัวของนายธรรมผีเองนั่นแหละที่กล่าวขัดแย้งกับพระพุทธพจน์ เพราะพระพุทธเจ้ากล่าวไว้ชัดเจนว่า จิตเกิดดับ วิญญาณก็เกิดดับตามเหตุปัจจัย ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสกับภิกษุชื่อ “สาติ เกวัฏฏบุตร” (สาติ ผู้เป็นลูกชาวประมง) ว่า ดูกรโมฆบุรุษ วิญญาณอาศัยปัจจัยประชุมกันเกิดขึ้น เรากล่าวแล้วโดยปริยายเป็นอเนกมิใช่หรือ ความเกิดแห่งวิญญาณ เว้นจากปัจจัย มิได้มี ดูกรโมฆบุรุษ ก็เมื่อเป็นดังนั้น เธอกล่าวตู่เราด้วย ขุดตนเสียด้วย จะประสพบาปมิใช่บุญมากด้วย เพราะทิฏฐิที่ตนถือชั่วแล้ว ดูกรโมฆบุรุษ ก็ความเห็นนั้นของเธอ จักเป็นไปเพื่อโทษไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ตลอดกาลนาน จึงขอเตือนท่านชาวพุทธทั้งหลายว่าอย่าหลงเชื่อ ลัทธิจิตเที่ยงนี้ เพราะไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน  ซึ่งในอรรถกถามหาปรินิพพานสูตรกล่าวไว้ว่า ถ้าค้านสุตตะ ก็คือค้านพระพุทธเจ้า ส่วนผู้ที่ค้านพระพุทธเจ้าจะมีคติเช่นไรก็คงไม่ต้องบอกนะครับ

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน การปฏิบัติธรรม, ธรรมะและศาสนา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ เตือนภัย!! ลัทธิมิจฉาทิฏฐิที่เห็นว่าจิตเที่ยง

  1. ณัฐ พูดว่า:

    ขออนุโมทนาครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s